Showing posts with label สุขภาพ. Show all posts
Showing posts with label สุขภาพ. Show all posts

Monday, 24 September 2012

ผู้หญิง

วิธีดูแลผิวให้คงความสวย ในแต่ละช่วงวัย


ในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต ในแต่ละช่วงอายุของผิว ต่างต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน ผิวในวัย 20, 30 และ 40 มีสภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนจึงต้องการการดูแลที่ไม่เหมือนกัน เรามาทำความรู้จักกับความต้องการของผิวในแต่ละช่วงวัย เพื่อที่จะดูแลให้ผิวดูดีไปนานๆ แน่นอนว่า ถ้าเราดูแลได้ดี ก็สามารถลดอายุของผิวลงมาได้เป็นสิบปี
วัย 20
ในช่วงวัย 20 นี้ เป็นวัยที่เพิ่งผ่านพ้นจากวัยเด็กมาไม่นาน เป็นวัยที่เซลล์มีการเจริญเติบโต มีการเกิดใหม่มาทดแทนเซลล์เก่าอย่างรวดเร็วตลอดเวลา ผิวจึงดูเปล่งปลั่งสดใส ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร นอกเสียจากเรื่องสิว ที่อาจจะมากวนใจหลายๆ คน ซึ่งก็แก้ไขได้ไม่ยาก เพียงดูแลผิวให้ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพผิว สิ่งที่จำเป็นต้องรู้จึงหนีไม่พ้นเรื่องชนิดของผิว ว่ามีผิวแบบไหน ผิวแห้ง ผิวมัน หรือ ผิวผสม เพื่อที่จะได้ดูแล และใช้ผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นชุดทำความสะอาดผิว หรือ ชุดบำรุงผิวได้ถูกต้องเหมาะสมกับสภาพผิว นอกเหนือจากนี้ที่สำคัญมากๆ ก็คืออยู่ให้ห่างจากแสงแดด ทากันแดดทุกครั้งที่ออกแดด และห้ามบีบสิวเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดแผลเป็น ซึ่งจะแก้ไขได้ยากและใช้เวลา เพียงเท่านี้ ผิวก็จะดูดี สวยใสสมวัยแล้ว
วัย 30
ในช่วงวัย 30 อาจจะต้องมีการดูแลผิวมากขึ้น เป็นช่วงเวลาที่เราอาจต้องช่วยให้ผิวมีการผลัดเซลล์ กำจัดเซลล์เก่าไป และเผยผิวใหม่ เพราะการผลัดเซลล์เองตามธรรมชาติไม่รวดเร็วเหมือนเมื่อวัย 20 ต้นๆ อีกแล้ว เมื่อไม่มีการผลัดเซลล์ใหม่ เซลล์ที่เสื่อมสภาพห่อหุ้มผิวเราอยู่ ผิวหน้าก็จะดูหมองๆ ไม่สดใส ไม่เรียบเนียนเหมือนช่วง 20 ต้นๆ การมาผลัดเซลล์ผิวทุกๆ 2 อาทิตย์จึงช่วยได้มาก จะช่วยกระตุ้นให้เกิดเซลล์ใหม่ และผิวพรรณดูสดใส เปล่งประกาย การผลัดเซลล์ผิวก็มีหลากหลายวิธี เช่น micro-dermabrasion การผลัดเซลล์ด้วยเกล็ดอัญมณี, aqua bright การผลัดเซลล์ผิวด้วยพลังอณูของน้ำที่นุ่มนวลและอ่อนโยน, การผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ เป็นต้น พอย่างเข้าสู่ช่วงวัย 35 ขึ้นไป จะพบว่าเริ่มมีริ้วรอยเล็กๆ รูขุมขนใหญ่ขึ้น ในช่วงเวลานี้จึงควรมีการดูแลด้วยการทำเลเซอร์บ้าง เพื่อกำจัดคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพและกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทรีทเมนท์ในกลุ่มนี้ก็ เช่น Sublative RF, Functional Laser, T-Max เป็นต้น
วัย 40 ขึ้นไป
วัย 40 ถือเป็นช่วงเวลาที่ต้องเริ่มดูแลผิวกันอย่างจริงจัง เพราะเป็นช่วงที่เริ่มเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ผิวจะแห้ง และหยาบมากขึ้นด้วยผลมาจากปริมาณฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง และลดลง ดังนั้นการดูแลผิวในวัยนี้ที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือการบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงที่ดี มีสารให้ความชุ่มชื้นมากๆ และมีการทำทรีทเมนท์เลเซอร์ที่ลงลึก ที่ช่วยในการสร้างคอลลาเจน และฟื้นฟูผิว ตลอดจน อาจมีการฉีดฟิลเลอร์ และโบท็อกซ์ เพื่อช่วยแก้ไขเรื่องริ้วรอยต่างๆที่ปรากฏชัดขึ้น นอกจากนี้ปัญหากรอบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไป ซึ่งเกิดจากความหย่อนคล้อยของผิวในชั้นลึก จะสังเกตเห็นว่า กรอบหน้า คางกับคอเริ่มไม่มี หางตาตก แก้มคล้อยลง การหย่อนคล้อยในลักษณะนี้ เกิดจากโครงสร้างในชั้นผิวหนังลึกเริ่มหย่อนคล้อย จึงจำเป็นต้องลงไปแก้ในชั้นผิวนี้
ซึ่งการแก้ไข ก็จำเป็นต้องเข้าใจถึงความสลับซับซ้อนของโครงสร้างในชั้นผิวหนังและเลือกเครื่องมือให้เหมาะสมกับปัญหา ถ้าแก้ไขที่ชั้นคอลลาเจน เพื่อให้เกิดการหดกระชับขึ้นของคอลลาเจน ก็จะใช้เทคโนโลยี เทอร์มาจ แต่ถ้าเป็นการแก้ไขที่ชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ ที่ยึดคอลลาเจน ซึ่งในอดีตทำได้ด้วยเพียงการผ่าตัดเท่านั้น ในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า อัลเธอรา ที่ลงไปได้ลึกที่สุดเท่าที่เครื่องมือจะลงไปได้ โดยส่งพลังงานในลักษณะเป็นจุดๆ ถี่ๆ เพื่อลงไปทำให้ชั้นที่ยึดคอลลาเจนนี้ได้หดกระชับขึ้น ในการแก้ปัญหาเรื่องรูปหน้านี้ ในทางปฏิบัติ เราสามารถผสมผสานการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เช่น อาจจะมีการทำ อัลเธอรา เพื่อยกกระชับผิว และฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดริ้วรอยไปด้วย เป็นต้น หรือในบางกรณี ก็สามารถทำอัลเธอรา ร่วมไปกับการทำเธอร์มาจ เป็นต้น
ถ้าเราดูแลผิวดีตั้งแต่อายุยังน้อยเท่าไร เราก็ยิ่งยืดอายุให้กับผิวเราได้มากเท่านั้น นั่นย่อมหมายถึง การสามารถลดอายุของผิวลงมาได้เป็น สิบๆ ปี และที่สำคัญ อย่าลืมป้องกันผิวจากแสงแดด ศัตรูตัวร้ายของผิวเราไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุไหนๆ ก็ตาม
ข้อมูล/ภาพ : Apex Profound Beauty

เตรียมเข้าแจ้งความคลีนิคศัลยกรรมหลังผ่าตัดดูดไขมันอาการทรุด

เตรียมเข้าแจ้งความคลีนิคศัลยกรรมหลังผ่าตัดดูดไขมันอาการทรุด

นายสมชัย เกตุแก้ว อายุ 35 ปี อยู่ ถนนวชิรวุธดำเนิน ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง เจ้าของร้าน ต.แบ๊ตเตอรี่ พาผู้สื่อข่าวไปดูอาการของนางสาวญาณิสา อายุ 34 ปี ภรรยา นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 5 โรงพยาบาลเขลางค์นคร-ราม หลังผ่าตัดทำศัลยกรรมที่คลีนิคหนึ่งใน จ.แพร่ เมื่อวันที่ 13 ก.ย.2555 ที่ผ่านมา จนร่างกายทรุด หนัก อ่อนเพลีย บาดแผลผ่าตัด มีเลือดไหลและเกิดอาการอักเสบ จนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล โดย นางสาวญาณิสา ซึ่งนอนโทรมรักษาตัวอยู่ที่เตียงคนไข้ เล่าว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ย.255 ที่ผ่านมา ตนไปที่คลีนิคแห่งหนึ่งที่ จ.แพร่ เพื่อไปทำศัลยกรรม หลังได้คำแนะนำจากนายพิชัย พี่ชายซึ่งเป็นสาวประเภทสอง เมื่อไปถึงคลีนิคดังกล่าว ตนก็แจ้งความประสงค์ที่จะทำศัลยกรรมหลายอย่าง เช่น กรีดตา เสริมจมูก ตัดปาก เสริมหน้าอก ดึงหน้าดูดไขมันและทำรีแพร์ โดยการศัลยกรรมทั้งหมด ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงเศษๆ โดยเฉพาะการผ่าตัดดูดไขมัน นั้นต้องดูดออกประมาณ 6 กิโลกรัม หลังทุกอย่างเสร็จ ตนก็จ่ายเงินค่าใช่จ่ายไม่ขอบอกจำนวนเงินแต่เกินหลักแสน จากนั้น ทางแพทย์ได้ให้น้ำเกลือ รอจนน้ำเกลือหมดแล้ว ใช้ผ้าพันปิดตั้งแต่ตั้งแต่เอวขึ้นมาถึงศรีษะ คล้ายมัมมี่ แต่ขณะนั้น ร่างกายของตนนั้นอ่อนเพลียอย่างมาก แต่แพทย์บอกว่าไม่เป็นไร ก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ทันที โดยมีคนประคองขึ้นรถ ตลอดเวลาที่นั่งรถกลับบ้าน ตนรู้สึกแย่ ทรมานอย่างมาก เจ็บแผลที่ผ่าตัดหน้าท้อง ที่เอาไขมันออก ซึ่งต้องเย็บยาวที่บริเวณหน้าท้อง พอมาถึงบ้านนายสมชัย สามีก็ตกใจแทบช๊อคว่าทำไมสภาพเป็นแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ตนบอกเพียงว่าจะไปปรึกษาเรื่องการศัลยกรรม แต่ไม่ได้บอกว่าจะทำศัลยกรรม พอเห็นสภาพตน จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลข้างต้น ครั้งแรกไม่รับ แต่สุดท้ายก็รับไว้

ส่วนบาดแผลผ่าตัดที่หน้าท้อง ขณะนี้มีเลือดไหลออกมาแต่ไม่แน่ใจว่าเลือดอะไร ล่าสุดเมื่อวานนี้ หมอเจ้าของคลินิกก็เดินทางมาตัดไหมที่หน้าอกตามนัด นอกจากนี้ยังนัดตัดไหมแผลผ่าตัดหน้าท้องในวันพรุ่งนี้ ทั้งที่ยังเลือดไหลอยู่ หมอน่าจะมาดูแลตน ให้มากกว่านี้ เพราะว่าตนอยากหายเร็ว

ด้านนายสมชัย กล่าวว่า หากภรรยาเป็นอะไรและเกิดอะไรขึ้นมา ทางโรงพยาบาลก็ไม่รับผิดชอบอยู่แล้ว หมอคนทำเป็นหมอจริงหรือเปล่าและควรออกมาดูแลให้ใกล้ชิดมากกว่านี้ ทำไมถึงทิ้งคนไข้ ไม่ใช่มา 1 วัน 2 วัน เช่นนี้ หลังศัลยกรรมก็ให้ยาและถึงใส่ยาก็เป็นถุงใส่ยาที่ไม่ระบุชื่อสถาน ที่ หรือคลินิกใดๆ เหมือนกับว่าไม่ได้มาตรฐาน และวันที่ 26 ก.ย.ตนจะเดินทางไปแจ้งความที่สภ.เมืองแพร่ เพื่อให้หมอเจ้าคลินิกออกมารับผิดชอบกรณีที่เกิดขึ้นทั้งหมด และขอให้เป็นอุทาหรณ์ กับคนที่จะไปทำศัลยกรรม ให้คิดให้ตรึกตรองให้ดี ก่อนจะไปตัดสินใจไปทำ ศัลยกรรมเพราะอ่าจะเป็นอย่าวงเช่นภรรยาของตน

วันจันทร์ที่  24 กันยายน 2555 เวลา 17:21 น.
วันจันทร์ที่  24 กันยายน 2555 เวลา 17:21 น.

วันจันทร์ที่  24 กันยายน 2555 เวลา 17:21 


Sunday, 23 September 2012

วิธีแสนง่าย เปลี่ยนข้อศอกดำ เข่าด้านให้ขาวเนียนนุ่ม

ความสวยไม่เข้าใครออกใคร และความไม่สวยก็ไม่เข้าใครออกใครเช่นเดียวกันกับความดำด้านของ ข้อศอก และหัวเข่าที่มักจะมาเยี่ยมเยือนคุณสาวๆ แบบไม่แบ่งสี ไม่ว่าคุณจะมีผิวขาวหรือผิวดำ ถ้าคุณไม่ได้เกิดมาเป็นลูกคุณหนู  ผู้มีอันจะกิน  ชนิดที่ไม่ต้องทำงานหนักเอง ทิชชี่เชื่อว่าคุณต้องพบกับปัญหาข้อศอกดำ หัวเข่าด้านแน่นอนค่ะ
อันที่จริงปัญหาข้อศอกดำ หัวเข่าด้านนี้ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็นคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชาย คุณจะรวยหรือจน ทิชชี่เชื่อว่าทุกคนล้วนเคยเท้าโต๊ะในเวลาทำงาน เท้าแขนเวลานั่งเสวนา ปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง  หรือแม้แต่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นจริงไหมคะ!?!
นั่นเป็นสาเหตุลำดับต้นๆ เลยละค่ะที่จะทำให้ผิวพรรณของคุณ โดยเฉพาะส่วนของข้อศอก และหัวเข่าดำด้านขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  เชื่อได้เลยว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่หลายคนมักมองข้าม  แต่คุณสาวๆ รู้หรือไม่คะว่า  หากปล่อยนานไป  โดยไม่มีการบำรุงหรือใส่ใจ  ข้อศอก และ หัวเข่าของคุณ ก็จะทวีความดำด้านและกร้านยิ่งขึ้น  ดูไม่งามไปกว่าเดิมนะคะ
หากคุณสาวๆ อยากจะมีข้อศอกและหัวเข่าที่เนียนนุ่ม น่ามองขึ้นกว่าเดิม ลองทำตามวิธีง่ายๆ แบบสบายกระเป๋าของทิชชี่ดูค่ะ
วิธีง่ายๆ ข้อแรกที่สาวๆ พึงควรทำเลยก็คือ พยายามอย่านำข้อศอกของคุณไปเสียดสีหรือกระแทกกับสิ่งของต่างๆ ไม่ควรเท้าศอกบบนโต๊ะ นั่งขัดสมาธิบนพื้นแข็ง เพราะนี่เป็นต้นเหตุลำดับต้นๆ ที่สั่งสมให้ข้อศอกและเข่า รวมถึงตาตุ่มของคุณดำด้านค่ะ
ถ้าหากคุณเลี่ยงวิธีข้างต้นไม่ได้จริงๆ ทิชชี่แนะนำให้ทำวิธีดังต่อไปนี้ค่ะ
- ใช้มะนาว หรือมะขาวเปียก นำมาขัด ข้อศอก หัวเข่า ตาตุ่ม บริเวณที่หยาบกร้าน ขัดๆ ถูๆ และปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด มะนาวหรือมะขามเปียกจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกและทำให้ผิวขาว นุ่มขึ้น  เพื่อความขาวกระจ่างอย่างต่อเนื่อง ทิชชี่แนะนำว่าควรทำสม่ำเสมอเมื่อมีเวลา  ความหยาบกร้านของคุณก็จะลดลงไปอย่างเห็นได้ชัดเลยละค่ะ
- ใช้น้ำตาลทราย นำมาผสมกับเบบี้ออยล์ ทาที่หัวเข่า ข้อศอก ตาตุ่ม ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้น ใช้ใยบวบที่ใช้ถูหลังเวลาอาบน้ำ ถูเป็นวงกลมเบาๆ น้ำตาลจะช่วย ผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไป  ส่วนเบบี้ออยล์ให้ความชุ่มชื่นกับผิวค่ะ
เมื่อทำการขัดๆ ถูๆ บริเวณที่หยาบกร้านแล้ว สิ่งที่คุณไม่ควรลืมคือ การทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ  เพื่อผิวที่เนียนนุ่มขึ้นค่ะ  ทิชชี่รับรองว่าหากคุณทำเป็นประจำ  และสม่ำเสมอ ปัญหาข้อศอกดำ เข่าด้าน ตาตุ่มหยาบก็จะไม่เกิดกับคุณอย่างแน่นอนค่ะ ^^